ผิดสัญญา vs ผิดนัด: ความเหมือนที่แตกต่าง และทางแก้ไข ในการดำเนินธุรกิจไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ สิ่งสำคัญที่เจ้าของธุรกิจต้องเผชิญอยู่เสมอคือปัญหาเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามสัญญา ซึ่งปัญหาหลัก ๆ มีอยู่ 2 ประเภท คือ การผิดสัญญาและการผิดนัด แม้จะดูคล้ายกัน แต่มีข้อแตกต่างที่สำคัญที่เจ้าของธุรกิจควรทราบ ### ผิดสัญญา คืออะไร? การผิดสัญญา (Breach of Contract) คือ การที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ปฏิบัติตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ในสัญญา อาจเป็นการละเลยไม่ทำเลย หรือทำแต่ทำไม่ครบถ้วนตามที่ตกลงไว้ ส่งผลให้ฝ่ายที่ปฏิบัติตามสัญญาได้รับความเสียหาย **ตัวอย่างเช่น**: คุณเอกเป็นเจ้าของร้านอาหาร สั่งวัตถุดิบจากบริษัท ก. โดยตกลงว่าสินค้าจะถูกส่งภายในวันที่ 10 แต่บริษัท ก. ไม่จัดส่งวัตถุดิบตามที่ตกลงไว้ นี่คือการผิดสัญญา ### ผิดนัด คืออะไร? การผิดนัด (Default) มีลักษณะเฉพาะเจาะจงกว่า คือ การที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ปฏิบัติตามสัญญาเฉพาะในด้านกำหนดเวลาที่ระบุไว้ เช่น ไม่ชำระเงินตรงเวลา ไม่ส่งมอบสินค้าตามกำหนดที่ระบุไว้ เป็นต้น โดยปกติการผิดนัดมักเกี่ยวข้องกับเงื่อนไขด้านเวลาโดยเฉพาะ **ตัวอย่างเช่น**: คุณแนนตกลงให้บริษัท ข. สร้างออฟฟิศใหม่Continue reading “ผิดสัญญา vs ผิดนัด: ความเหมือนที่แตกต่าง และทางแก้ไข”
Tag Archives: ผิดสัญญา
ผิดสัญญาซื้อขายสินค้า ไม่มีหลักฐานสัญญาซื้อขายสินค้า ผู้ประกอบการ/บริษัทผู้ขายจะเรียกเก็บเงินค่าสินค้า ทำอย่างไรได้บ้าง
ทำข้อตกลงซื้อขายสินค้ากันและผู้ขายส่งมอบสินค้าแก่ผู้ซื้อแล้วผู้ขายมีสิทธิเรียกให้ผู้ซื้อชำระราคาค่าสินค้าที่ส่งมอบได้ เพราะถือเป็นการขำระหนี้บางส่วนมีอำนาจฟ้องร้องบังคับคดีกันได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 วรรคสอง และ วรรคสาม แม้จะมิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือก็ตาม มีประเด็นที่ผู้ประกอบการและเจ้าของกิจการห้างหุ้นส่วนบริษัทได้หารือเรื่องผิดการสัญญาซื้อขายว่าลูกค้ารับมอบสินค้าไว้แล้วไม่ชำระเงิน แต่พยายามหาเหตุตำหนิว่าสินค้าไม่ตรงเสป็คบ้าง ผิดแบบบ้าง ไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานบ้าง โดยไม่เป็นความจริง ประวิงเวลา จนสุดท้ายก็ไม่ชำระเงิน เมื่อรับมอบสินค้าไปแล้ว ทำอย่างไรดี !!?? มีหลักทางกฎหมายและแนวคำพิพากษาศาลฎีกาวางแนวทาง ดังนี้ “……บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 วรรคสองและสามนั้น คำว่า “ได้มีการชำระหนี้บางส่วนแล้ว” กฎหมายมุ่งบัญญัติให้ใช้บังคับแก่คู่สัญญาทั้งฝ่ายผู้ขายและผู้ซื้อ ดังนั้น หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้ชำระหนี้ส่วนของตนไปแล้วก็ย่อมจะเรียกร้องเอาสิทธิที่ตนจะได้รับจากอีกฝ่ายหนึ่งได้ สัญญาซื้อขายเป็นสัญญาต่างตอบแทนผู้ขายย่อมมีหนี้ที่ต้องส่งมอบทรัพย์สินที่ขายให้แก่ผู้ซื้อส่วนผู้ซื้อก็มีหนี้ที่ต้องใช้ราคาทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขาย เมื่อโจทก์ผู้ขายได้ส่งมอบสินค้าของตนให้แก่จำเลยซึ่งเป็นฝ่ายผู้ซื้อแล้ว จึงถือได้ว่าโจทก์ได้ชำระหนี้ส่วนของตนแล้วโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องให้จำเลยชำระราคาสินค้าแก่โจทก์ได้…..” ตามหลักคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3522/2545 #ทนายความ #สำนักงานทนายความ #ทนายความธัชกร ทองยศภูมิ www. thachakornlaw.com http://www.thachakornlaw.attorney Line official : @thachakornlaw
