สำหรับผู้รับจ้างในสัญญาจ้างทำของหรือสัญญาบริการ การทำสัญญาจ้างทำของหรือสัญญาบริการถือเป็นรูปแบบหนึ่งของความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่พบได้บ่อยในภาคธุรกิจเอกชน เช่น สัญญาก่อสร้าง สัญญาออกแบบ สัญญาพัฒนาเว็บไซต์ สัญญาจ้างที่ปรึกษา ฯลฯ ผู้รับจ้างจำนวนมากประสบปัญหาเมื่องานยังไม่แล้วเสร็จแต่ผู้ว่าจ้างต้องการบอกเลิกสัญญา ทั้งที่ไม่มีการกระทำผิดใด ๆ หรือมีข้อพิพาทเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการทำงาน การบอกเลิกเช่นนี้อาจทำให้ผู้รับจ้างเสียหายทั้งในแง่ต้นทุน แรงงาน และโอกาสทางธุรกิจ ดังนั้น การตรวจสอบ จัดทำ และเจรจาเงื่อนไขเกี่ยวกับการยกเลิกหรือบอกเลิกสัญญาจึงควรทำอย่างรอบคอบตั้งแต่ก่อนลงนามในสัญญา 1. สังเกตถ้อยคำเกี่ยวกับ “สิทธิในการบอกเลิกสัญญา” ของผู้ว่าจ้าง ในการตรวจสอบร่างสัญญา ควรให้ความสำคัญกับข้อความที่ให้สิทธิแก่ผู้ว่าจ้างในการ “บอกเลิกสัญญาเมื่อใดก็ได้” หรือ “โดยไม่ต้องระบุเหตุ” ซึ่งในทางปฏิบัติ ผู้รับจ้างมักไม่มีโอกาสปฏิเสธได้หากข้อกำหนดนี้ถูกรวมอยู่ในร่างสัญญาตั้งแต่ต้น การมีถ้อยคำเช่นนี้โดยไม่มีเงื่อนไขประกอบ อาจทำให้ผู้รับจ้างเสียเปรียบในเชิงผลประโยชน์เมื่อถูกเลิกสัญญากลางคัน 2. กำหนดให้มี “ระยะเวลาแจ้งล่วงหน้า” หรือ “ระยะเวลาเยียวยา” ก่อนเลิกสัญญา ข้อเสนอที่สามารถเจรจาได้คือการระบุว่า หากมีเหตุจะบอกเลิกสัญญา ผู้ว่าจ้างต้องแจ้งล่วงหน้าเป็นหนังสือ เช่น 15 วัน หรือ 30 วัน และหากเป็นการบอกเลิกเนื่องจากความไม่พอใจในงาน ควรเปิดโอกาสให้ผู้รับจ้างได้แก้ไขก่อนที่สัญญาจะสิ้นสุด 3. เจรจา “โครงสร้างการรับเงิน” ให้ลดความเสี่ยงหากสัญญาถูกบอกเลิก ในทางปฏิบัติ ผู้รับจ้างควรแบ่งการรับเงินเป็นหลายงวดตามความก้าวหน้าของงานContinue reading “ข้อสังเกตในการตรวจสอบ จัดทำ และเจรจาต่อรองเงื่อนไขการยกเลิกหรือบอกเลิกสัญญา”
Tag Archives: ทนายความธัชกรทองยศภูมิ
ทนายความธัชกร ทองยศภูมิ
#เรื่องเล่าคดีความ เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 #ทนายความธัชกรทองยศภูมิ ได้มาปฏิบัติหน้าที่ #ทนายความจำเลย ณ ศาลจังหวัดนครสวรรค์ ความแพ่ง ข้อหา #ขับไล่และเรียกค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและให้ชดใช้ค่าเสียหายอันเป็นค่าขาดประโยชน์ในลักษณะค่าเช่าตั้งแต่ก่อนฟ้องจนถึงวันฟ้อง และนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นด้วย จำเลยจึงมีความจำเป็นต้องยื่น #คำร้องขอวางเงินเป็นประกันหนี้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น พร้อมคำแถลงประกอบคำร้องขอวางเงินเป็นประกันหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าว รวมตลอดถึงการยื่น #คำร้องขอให้มีคำสั่งในคำขอทุเลาการบังคับคดีเป็นกรณีที่มีเหตุฉุกเฉิน ทั้งนี้ ที่ต้องมีการยื่นคำร้องเพื่อปกป้องรักษาสิทธิและหน้าที่ของฝ่ายจำเลยเช่นนี้ เนื่องจาก แม้จำเลยจะยื่นอุทธรณ์และคำขอทุเลาการบังคับคดีในชั้นอุทธรณ์แล้วก็ตาม แต่ด้วยทางปฏิบัติและข้อกฎหมายศาลชั้นต้นจะต้องนำส่งหมายนัดให้โจทก์คู่กรณีทำคำแก้อุทธรณ์และโต้แย้งคัดค้านคำขอทะเลาการบังคับคดีมาก่อนจึงนำส่งแก่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งตามคำขอทุเลาการบังคับคดีต่อไป ซึ่งในช่วงเวลานี้เองโจทก์คู่กรณีอาจดำเนินการ ยึด อายัด ทรัพย์สินและสิทธิเรียกร้องแก่บุคคลภายนอกตามกฎหมายว่าด้วย #การบังคับคดี ได้อยู่นั่นเอง ติดตามผลงาน https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid02f2KvMYUoLMJRGwtXRWJinUC6dwfggor6hQUMn5o6xJJ3TATUH4JKF9UcvYZYDahNl&id=100063477943654
ผิดสัญญาซื้อขายสินค้า ไม่มีหลักฐานสัญญาซื้อขายสินค้า ผู้ประกอบการ/บริษัทผู้ขายจะเรียกเก็บเงินค่าสินค้า ทำอย่างไรได้บ้าง
ทำข้อตกลงซื้อขายสินค้ากันและผู้ขายส่งมอบสินค้าแก่ผู้ซื้อแล้วผู้ขายมีสิทธิเรียกให้ผู้ซื้อชำระราคาค่าสินค้าที่ส่งมอบได้ เพราะถือเป็นการขำระหนี้บางส่วนมีอำนาจฟ้องร้องบังคับคดีกันได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 วรรคสอง และ วรรคสาม แม้จะมิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือก็ตาม มีประเด็นที่ผู้ประกอบการและเจ้าของกิจการห้างหุ้นส่วนบริษัทได้หารือเรื่องผิดการสัญญาซื้อขายว่าลูกค้ารับมอบสินค้าไว้แล้วไม่ชำระเงิน แต่พยายามหาเหตุตำหนิว่าสินค้าไม่ตรงเสป็คบ้าง ผิดแบบบ้าง ไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานบ้าง โดยไม่เป็นความจริง ประวิงเวลา จนสุดท้ายก็ไม่ชำระเงิน เมื่อรับมอบสินค้าไปแล้ว ทำอย่างไรดี !!?? มีหลักทางกฎหมายและแนวคำพิพากษาศาลฎีกาวางแนวทาง ดังนี้ “……บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 วรรคสองและสามนั้น คำว่า “ได้มีการชำระหนี้บางส่วนแล้ว” กฎหมายมุ่งบัญญัติให้ใช้บังคับแก่คู่สัญญาทั้งฝ่ายผู้ขายและผู้ซื้อ ดังนั้น หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้ชำระหนี้ส่วนของตนไปแล้วก็ย่อมจะเรียกร้องเอาสิทธิที่ตนจะได้รับจากอีกฝ่ายหนึ่งได้ สัญญาซื้อขายเป็นสัญญาต่างตอบแทนผู้ขายย่อมมีหนี้ที่ต้องส่งมอบทรัพย์สินที่ขายให้แก่ผู้ซื้อส่วนผู้ซื้อก็มีหนี้ที่ต้องใช้ราคาทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขาย เมื่อโจทก์ผู้ขายได้ส่งมอบสินค้าของตนให้แก่จำเลยซึ่งเป็นฝ่ายผู้ซื้อแล้ว จึงถือได้ว่าโจทก์ได้ชำระหนี้ส่วนของตนแล้วโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องให้จำเลยชำระราคาสินค้าแก่โจทก์ได้…..” ตามหลักคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3522/2545 #ทนายความ #สำนักงานทนายความ #ทนายความธัชกร ทองยศภูมิ www. thachakornlaw.com http://www.thachakornlaw.attorney Line official : @thachakornlaw
คดีการค้า : เช็คเด้ง vs ผิดสัญญาซื้อขาย
คดีการค้า : เช็คเด้ง vs ผิดสัญญาซื้อขาย *** ปัญหานี้มีทางออก *** โดย ทนายความธัชกร ทองยศภูมิ http://www.thachakornlaw.attorney http://www.thachakornlaw.com Line Official: @thachakornlaw ทนายความบริษัทและSMEs
