เหตุผลที่นักลงทุนต่างชาติควรมี “สัญญาผู้ถือหุ้น” ก่อนเริ่มธุรกิจในประเทศไทย
ประเทศไทยคือหนึ่งในศูนย์กลางธุรกิจที่สำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยโอกาสทางการลงทุนและการทำธุรกิจที่หลากหลาย แต่ก่อนที่คุณจะก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจไทยอย่างเต็มตัว การทำสัญญาผู้ถือหุ้น (Shareholders’ Agreement) ถือเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องให้ความสำคัญ
สาเหตุที่ต้องมีสัญญาผู้ถือหุ้น (Why You Need a Shareholders’ Agreement)
1. ความเชื่อใจเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ
นักลงทุนต่างชาติจำนวนมากเชื่อว่ามิตรภาพและความเชื่อใจจะช่วยให้ธุรกิจราบรื่น ตัวอย่างเช่น นายจอห์น นักลงทุนชาวอเมริกัน ร่วมลงทุนกับนายสมชาย นักลงทุนชาวไทย เปิดร้านอาหารในกรุงเทพฯ โดยไม่ได้ทำสัญญา เมื่อเกิดปัญหาการบริหารจัดการร้านที่ไม่โปร่งใส ทั้งสองฝ่ายจึงเกิดความขัดแย้งและไม่สามารถแก้ไขได้ หากพวกเขามีสัญญาผู้ถือหุ้นตั้งแต่แรก ปัญหาดังกล่าวอาจไม่เกิดขึ้น
2. กำหนดโครงสร้างการบริหารชัดเจน
สัญญาผู้ถือหุ้นสามารถระบุบทบาทหน้าที่ อำนาจกรรมการ และการตัดสินใจสำคัญของบริษัทได้ชัดเจน เช่น บริษัท ABC มีกรรมการ 5 คน โดยแบ่งกรรมการตามสัดส่วนการถือหุ้น ซึ่งช่วยให้ทุกฝ่ายมั่นใจในการบริหารและป้องกันความขัดแย้งในการตัดสินใจ
3. การควบคุมการโอนหุ้น
สัญญาผู้ถือหุ้นมักจะกำหนดสิทธิการซื้อหุ้นก่อน (Right of First Refusal) ตัวอย่างเช่น หากนายสมชายต้องการขายหุ้นให้บุคคลภายนอก นายจอห์นจะมีสิทธิซื้อหุ้นก่อน เพื่อรักษาความมั่นคงและป้องกันหุ้นตกไปอยู่ในมือของบุคคลที่ไม่ได้รับการยอมรับ
4. การวางแผนถอนตัวและเลิกกิจการ
สัญญาผู้ถือหุ้นช่วยกำหนดเงื่อนไขเมื่อมีผู้ถือหุ้นต้องการถอนตัว เช่น บริษัทเทคโนโลยี XYZ มีผู้ถือหุ้นสองฝ่าย มีข้อตกลงว่าหากผู้ถือหุ้นฝ่ายใดต้องการออกจากธุรกิจ ต้องขายหุ้นคืนให้อีกฝ่ายในราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เพื่อป้องกันความขัดแย้งเรื่องการประเมินมูลค่าหุ้น
5. การแก้ไขข้อพิพาท
บริษัทอสังหาริมทรัพย์ DEF กำหนดในสัญญาผู้ถือหุ้นว่าหากมีข้อพิพาทที่ไม่สามารถตกลงกันได้ จะใช้กระบวนการอนุญาโตตุลาการ ซึ่งช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับการฟ้องร้องในศาล
6. ป้องกันปัญหาทางกฎหมายของนักลงทุนต่างชาติ
สัญญาผู้ถือหุ้นสามารถระบุสัดส่วนการถือหุ้นของนักลงทุนต่างชาติให้ถูกต้องตามกฎหมายไทย เช่น ไม่เกินร้อยละ 49 สำหรับบริษัททั่วไป เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายในอนาคต
ตัวอย่างร่างสัญญาผู้ถือหุ้น (Sample Shareholders’ Agreement)
ภาษาไทย
“สัญญาผู้ถือหุ้นฉบับนี้จัดทำขึ้น ณ วันที่ 1 มกราคม 2568 ระหว่าง
• นายจอห์น สมิธ สัญชาติอเมริกัน หมายเลขหนังสือเดินทาง A1234567 ที่อยู่ 123 ถนนสุขุมวิท กรุงเทพฯ (“ผู้ถือหุ้นฝ่ายที่หนึ่ง”)
• นายสมชาย ใจดี สัญชาติไทย หมายเลขบัตรประชาชน 1234567890123 ที่อยู่ 456 ถนนสีลม กรุงเทพฯ (“ผู้ถือหุ้นฝ่ายที่สอง”)
ทุนจดทะเบียนของบริษัทจำนวน 5,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 50,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท ผู้ถือหุ้นฝ่ายที่หนึ่งถือหุ้น 49% ฝ่ายที่สองถือหุ้น 51%
บริษัทมีกรรมการ 3 คน ผู้ถือหุ้นฝ่ายละ 1 คน และกรรมการอิสระร่วมกันเสนออีก 1 คน การตัดสินใจสำคัญต้องได้รับมติเอกฉันท์จากกรรมการทั้งสามคน
บริษัทต้องจัดทำบัญชีตามมาตรฐานบัญชีไทยและส่งตรวจสอบบัญชีประจำปีโดยผู้สอบบัญชีอิสระที่ได้รับการยอมรับ”
English Version
“THIS SHAREHOLDERS’ AGREEMENT is made as of January 1, 2025, between:
• Mr. John Smith, American citizen, Passport No. A1234567, residing at 123 Sukhumvit Road, Bangkok (“Shareholder A”)
• Mr. Somchai Jaidee, Thai citizen, ID No. 1234567890123, residing at 456 Silom Road, Bangkok (“Shareholder B”)
The registered capital of the Company is THB 5,000,000, divided into 50,000 ordinary shares of THB 100 each. Shareholder A holds 49%, and Shareholder B holds 51%.
The Board of Directors consists of 3 directors, each shareholder appoints one director, and jointly nominates one independent director. All significant decisions require unanimous approval from all three directors.
The Company must prepare financial statements according to Thai accounting standards and undergo annual audits by a recognized independent auditor.”
สรุป
สัญญาผู้ถือหุ้นไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันข้อพิพาท แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความชัดเจนในการดำเนินธุรกิจ หากคุณเป็นนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการลงทุนในประเทศไทย การจัดทำสัญญาผู้ถือหุ้นคือขั้นตอนแรกที่คุณไม่ควรละเลย เพื่อความมั่นคงและยั่งยืนของธุรกิจของคุณในระยะยาว
ปรึกษาทนายความ
Whatapps +66985626869
Line: @thachakornlaw

