ข้อควรระวังในการทำสัญญากู้ยืม

ข้อควรระวังในการทำสัญญากู้ยืม

การทำสัญญากู้ยืมเงินถือเป็นการทำธุรกรรมที่ต้องให้ความสำคัญและรอบคอบเป็นอย่างมาก เนื่องจากสัญญากู้ยืมจะมีผลผูกพันทางกฎหมายและมีผลกระทบต่อสิทธิหน้าที่ของทั้งสองฝ่าย ดังนั้น การทราบข้อควรระวังที่สำคัญจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

  1. ระบุข้อมูลของคู่สัญญาให้ชัดเจน
    ควรระบุชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ หรือทะเบียนนิติบุคคลของผู้ให้กู้และผู้กู้ให้ถูกต้องครบถ้วน เพื่อป้องกันความไม่ชัดเจนและปัญหาการระบุคู่สัญญาในอนาคต

ตัวอย่าง: นายเอให้กู้ยืมเงินนายบี แต่สัญญาไม่ได้ระบุที่อยู่หรือเลขบัตรประชาชน ต่อมาเมื่อต้องฟ้องร้อง อาจมีปัญหาในการยืนยันตัวตนคู่สัญญา

  1. ระบุจำนวนเงินและเงื่อนไขการชำระให้ชัดเจน
    จำนวนเงินที่กู้ยืมต้องระบุอย่างชัดเจน รวมทั้งวิธีการชำระคืน ระยะเวลาที่ต้องชำระ และช่องทางการชำระคืน เช่น การโอนเงินผ่านบัญชี

ตัวอย่าง: หากกำหนดว่าต้องคืนเงิน 100,000 บาท ภายใน 1 ปี และต้องระบุวันที่ครบกำหนดชำระชัดเจน เพื่อป้องกันการโต้แย้งเรื่องกำหนดชำระเงิน

  1. การกำหนดอัตราดอกเบี้ย
    หากมีการคิดดอกเบี้ย ควรระบุอัตราดอกเบี้ยที่ชัดเจนและถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงวิธีการคำนวณดอกเบี้ย เช่น คำนวณจากยอดเงินต้นหรือยอดคงเหลือ

ตัวอย่าง: การระบุอัตราดอกเบี้ยเป็น 10% ต่อปีของเงินต้น 100,000 บาท ทำให้เข้าใจชัดเจนและไม่สับสนในการคำนวณ

  1. กำหนดบทลงโทษกรณีผิดนัด
    ควรระบุเงื่อนไขและบทลงโทษที่ชัดเจน หากผู้กู้ผิดนัด เช่น การปรับดอกเบี้ยผิดนัด หรือการเรียกค่าเสียหายเพิ่มเติม

ตัวอย่าง: หากผิดนัดชำระเงิน ให้มีค่าปรับเป็นจำนวน 2% ของเงินต้นต่อเดือน

  1. การระบุหลักประกัน
    หากสัญญามีหลักประกัน ต้องระบุรายละเอียดของหลักประกันอย่างชัดเจน เช่น ทะเบียนทรัพย์สิน และการดำเนินการในกรณีผู้กู้ไม่ชำระหนี้

ตัวอย่าง: ใช้ที่ดินเป็นหลักประกัน ควรระบุเลขที่โฉนดชัดเจน พร้อมกับขั้นตอนการยึดทรัพย์สินเมื่อผิดนัด

  1. การลงลายมือชื่อและพยาน
    การมีพยานอย่างน้อยสองคนลงลายมือชื่อในสัญญาจะช่วยเสริมความน่าเชื่อถือ และป้องกันการปฏิเสธหรือโต้แย้งความถูกต้องของสัญญา

ตัวอย่าง: มีพยานที่เชื่อถือได้ลงลายมือชื่อรับรองสัญญาทุกครั้ง

  1. เก็บรักษาสัญญาและหลักฐานให้ดี
    ทั้งผู้ให้กู้และผู้กู้ควรเก็บรักษาสัญญาฉบับจริงและหลักฐานการชำระเงินต่างๆ เพื่อใช้ในกรณีที่เกิดข้อพิพาทขึ้นภายหลัง

ตัวอย่าง: การเก็บหลักฐานการโอนเงิน หรือใบเสร็จการชำระเงินจะช่วยในการยืนยันการชำระหนี้ในอนาคต

สรุป
การทำสัญญากู้ยืมเงินต้องคำนึงถึงรายละเอียดที่ครบถ้วนและรอบคอบ เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต ทั้งนี้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม เพื่อให้สัญญามีความสมบูรณ์และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

#thachakornlaw

Leave a comment