บทความนี้จะอธิบายอย่างละเอียดและครอบคลุมทุกประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการผิดสัญญาซื้อขาย เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้ประกอบการในการดำเนินธุรกิจ และลดความเสี่ยงทางกฎหมายจากปัญหาสัญญาซื้อขาย
- ความหมายของสัญญาซื้อขาย
สัญญาซื้อขายคือข้อตกลงระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ โดยฝ่ายหนึ่งตกลงจะโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินให้แก่อีกฝ่ายหนึ่ง และอีกฝ่ายตกลงที่จะชำระราคาทรัพย์สินนั้น สัญญาซื้อขายต้องมีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ ทรัพย์สิน ราคา และเจตนาของคู่สัญญาที่ชัดเจน - รูปแบบของสัญญาซื้อขาย
สัญญาซื้อขายสามารถทำได้ทั้งแบบลายลักษณ์อักษรและวาจา อย่างไรก็ตาม การทำเป็นลายลักษณ์อักษรมีข้อดีคือสามารถนำมาเป็นหลักฐานในการฟ้องร้องได้อย่างชัดเจน ในขณะที่สัญญาวาจาอาจมีความเสี่ยงในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง - การซื้อขายทรัพย์สินที่ต้องทำเป็นหนังสือหรือมีหลักฐาน
การซื้อขายบางประเภทกฎหมายกำหนดว่าต้องจัดทำเป็นหนังสือหรือมีหลักฐานเพื่อความสมบูรณ์ เช่น อสังหาริมทรัพย์ ยานพาหนะ หรือทรัพย์สินที่มีราคาตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป ตัวอย่างเช่น การซื้อขายที่ดินต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่ที่ดินจึงจะมีผลสมบูรณ์ - การดำเนินการก่อนฟ้องร้องทางศาล
ก่อนที่จะมีการฟ้องร้องคดี ต้องมีการบอกกล่าวให้อีกฝ่ายปฏิบัติตามสัญญาเสียก่อน การบอกกล่าวควรเป็นลายลักษณ์อักษรและระบุระยะเวลาที่ชัดเจน เช่น หากผู้ซื้อไม่ชำระเงิน ผู้ขายต้องแจ้งให้ชำระภายในเวลาที่กำหนดก่อนจึงจะสามารถฟ้องร้องได้ - หลักการโอนกรรมสิทธิ์ของสัญญาซื้อขาย
หลักการทั่วไปในการโอนกรรมสิทธิ์คือกรรมสิทธิ์จะโอนเมื่อผู้ขายส่งมอบทรัพย์สินให้แก่ผู้ซื้อ ในกรณีที่เป็นทรัพย์เฉพาะสิ่ง กรรมสิทธิ์จะโอนทันทีที่ตกลงซื้อขายกันโดยไม่จำเป็นต้องมีการส่งมอบ ตัวอย่างเช่น การซื้อขายที่ดิน กรรมสิทธิ์จะโอนเมื่อมีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ - สิทธิและหน้าที่ของผู้ซื้อและผู้ขาย
ผู้ซื้อมีสิทธิได้รับทรัพย์สินที่มีสภาพตรงตามที่ตกลงไว้ และมีหน้าที่ชำระราคาตามที่ตกลง ส่วนผู้ขายมีสิทธิได้รับราคาค่าทรัพย์สินและมีหน้าที่ส่งมอบทรัพย์สินในสภาพที่เหมาะสมตามที่ตกลงกัน หากมีการละเมิด เช่น ผู้ขายส่งมอบสินค้าที่ชำรุด ผู้ซื้อมีสิทธิปฏิเสธการรับสินค้าและเรียกร้องค่าเสียหาย - การตรวจสอบทรัพย์สินที่ซื้อขาย
การตรวจสอบทรัพย์สินก่อนรับมอบเป็นขั้นตอนสำคัญเพื่อป้องกันปัญหาการซื้อขายในภายหลัง ผู้ซื้อควรตรวจสอบสภาพทรัพย์สินอย่างละเอียด และหากพบปัญหาควรแจ้งให้ผู้ขายทราบทันที - ข้อชำรุดบกพร่องของทรัพย์สินและแนวทางการแก้ไข
ข้อชำรุดบกพร่องคือสภาพของทรัพย์สินที่ไม่เป็นไปตามข้อตกลง ผู้ซื้อมีหน้าที่แจ้งให้ผู้ขายทราบทันทีที่พบ และมีสิทธิเรียกร้องให้ผู้ขายซ่อมแซม เปลี่ยนสินค้าใหม่ หรือเรียกร้องค่าเสียหายได้ - อายุความในประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับการซื้อขายหรือทรัพย์สินที่ซื้อขาย
อายุความในการเรียกร้องค่าสินค้าโดยทั่วไปคือ 2 ปีนับแต่วันส่งมอบสินค้า ส่วนการเรียกร้องจากข้อชำรุดบกพร่องต้องแจ้งภายใน 1 ปีนับแต่วันที่พบความเสียหาย การฟ้องร้องบังคับปฏิบัติตามสัญญามีอายุความ 10 ปีนับแต่วันที่ผิดสัญญา - การป้องกันและการจัดการความเสี่ยงจากการผิดสัญญาซื้อขาย
ผู้ประกอบการควรจัดทำสัญญาซื้อขายที่ชัดเจนและรัดกุม มีการเก็บเอกสารหลักฐานที่ดี และใช้การเจรจาหรือไกล่เกลี่ยเบื้องต้นก่อนเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องในชั้นศาล
บทสรุป:
บทความนี้ได้นำเสนอข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับการผิดสัญญาซื้อขาย เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการปัญหาทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ
ทนายความธัชกร ทองยศภูมิ
รับว่าความทั่วราชอาณาจักรและให้คำปรึกษากฎหมาย
Line: @thachakornlaw
โทร. 098-562-6869

